ทำประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร ?

ทำประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร ?

ทำประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร ?
ประกันชีวิตนอกจากจะช่วยเรื่องลดความเสี่ยงทางการเงินแล้วในเวลาที่เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือสามารถลดหย่อนภาษีได้ เดี๋ยวผมจะอธิบายแบบง่ายๆว่าลดหย่อนได้อย่างไร


ประกันชีวิตโดยทั่วไปจะสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท หมายถึงเบี้ยที่คุณจ่ายไปในแต่ละปีเป็นเบี้ยประกันชีวิต หากคุณจ่ายเบี้ยไป 150,000 บาทต่อปี แต่ก็จะถูกนำมาคิดได้เพียง 100,000 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับแบบและสัญญาเพิ่มเติมด้วยนะครับ ซึ่งผมจะยังไม่ลงรายละเอียดตรงนี้


ปกติแล้วบุคคลที่ทำงานและมีรายได้ ไม่ว่าจะได้เป็นเงินเดือน หรืออาชีพอิสระ ต้องเสียภาษีเงินได้บุคลธรรมดาตามอัตราภาษีที่ถูกกำหนดเอาไว้โดยสรรพากรครับ
อย่างเช่น ผมมีรายได้ต่อเดือน 40,000 บาท รวมทุกอย่างแล้ว เช่น OT, และค่ากะ และได้โบนัสปลายปีอีก 100,000บาท ผมจะมีรายได้รวมต่อปี 580,000 บาท เป็นรายได้ที่ยังไม่ใช้รายได้สุทธิ (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)


ค่าใช้จ่ายที่นำมาคิดและทุกๆคนจะได้สิทธิก็คือ หักค่าใช้จ่ายส่วนบุคล แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ดังนั้นผมจะได้ส่วนหักค่าใช้จ่ายไป
580,000 * 0.5 = 290,000 ซึ่ง 290,000 เป็นค่าใช้จ่ายจากการคำนวณแต่มันเกิน 100,000บาท ดังนั้นจะถูกนำมาคิดลดหย่อนเพียง 100,000 บาท


จากนั้นจะได้ค่าลดหย่อนอื่นๆอีกถ้ามี
1. ลดหย่อนส่วนบุคคล = 60,000 บาท (ได้สิทธิ์กันทุกคน)
2. เลี้ยงดู บิดา มารดา ถ้ามีก็จะเอามาคำนวณ
3. ประกันสังคม = 9,000 บาท
4. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ = 5,400 บาท (ถ้าถูกบริษัทหักทุกดือน เดือนละ 450บาท)
ลดหย่อนรวมทั้งหมดของก้อนนี้คือ 60,000+9,000+5,400 = 74,400 บาท
*** ดังนั้นรายได้สุทธิ (รายได้หลังหักค่าลดหย่อน) 580,000 – 100,000 – 74,400 = 405,600 บาท ***
จำนวน 405,600 นี่แหละครับที่ถูกเอามาคำนวณภาษี


ซึ่งฐานภาษีเงินได้สุทธิก็จะเป็นเกณฑ์ตามด้านล่างนี้ครับ
ชั้นที่ 1 ; 0-150,000 บาท >>> ได้รับการยกเว้นภาษี
ชั้นที่ 2 ; 150,001-300,000 บาท >>> 5%
ชั้นที่ 3 ; 300,001 – 500,000 บาท >>> 10%
ส่วนฐานอื่นๆ เพื่อนๆลองเข้าไปดูกันเองนะครับ
เราได้รายได้สุทธิมาแล้ว 405,600 บาท เราจะเอารายได้สุทธิตรงนี้มาเกลี่ยตามชั้นคำนวณภาษี


150,000 บาท แรกไม่เสียภาษี ในชั้นที่ 1
150,000 บาท ต่อมาจะเสียภาษีในชั้นที่ 2 150,000 x 0.05 = 7,500
จะเหลือมาคำนวณที่ชั้นที่ 3 เท่ากับ 405,600 – 300,000 = 105,600 บาท คิดเป็น 105,600 x 0.1 = 10,560 บาท


ดังนั้นเสียภาษีทั้งหมด = 7,500 + 10,560 = 18,060
ลองมาดูกันถ้าทำประกัน ทุนชีวิต 500,000 บาท แบบออมทรัพย์ มายดับเบิ้ลพลัส 25/20 ของอลิอันซ์ จะต้องจ่ายเบี้ยรายปี 34,120 บาท ซึ่งแบบประกันตัวนี้สามารถเอาเบี้ยจำนวน 34,120 บาท มาคำนวณค่าลดหย่อนได้เลยครับ


*** ดังนั้นรายได้สุทธิ (รายได้หลังหักค่าลดหย่อน) = 405,600 (ตัวเลขหลังหักลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว) - 34,120 (ค่าเบี้ยเอามาหักลดหย่อนเพิ่มได้อีก) จะเหลือรายได้สุทธิ = 371,480 บาท


ดังนั้นผมจะต้องเสียภาษี
150,000 บาท แรกไม่เสียภาษี ในชั้นที่ 1
150,000 บาท ต่อมาจะเสียภาษีในชั้นที่ 2 150,000 x 0.05 = 7,500 บาท
จะเหลือมาคำนวณที่ชั้นที่ 3 เท่ากับ 371,480 – 300,000 = 71,480 บาท คิดเป็น 71,480 x 0.1 = 7,148 บาท
ดังนั้นเสียภาษีทั้งหมด = 7,500 + 7,148 = 14,648 บาท


ถ้าไม่ทำประกัน เสียภาษี 18,060บาท แต่ถ้าทำประกันแม้จะใช้สิทธิ์ลดหย่อนยังไม่ครบ (ถ้าจะให้ครบ ต้องทำประกันที่เบี้ยประกันเอามาลดหย่อนได้รวม 100,000บาท ) แต่เราจ่ายเบี้ยประกันไป 34,120 บาท และเสียภาษีหลังหักลดหย่อนเบี้ยประกันเหลือ 14,648 บาท เราประหยัดภาษีไปได้ 3,412 บาท


เห็นไหมครับ เราได้ทั้งทึนประกันชีวิตเพิ่มตั้ง 500,000 บาท ละจ่ายภาษีลดลงอีก 3,412 บาท ถ้าอยากได้สิทธิ์ลดหย่อนเต็มที่ก็ทำประกันให้ครบนะครับ
Back to blog